การตัดสินใจเลือกซื้อแท็บเล็ตคู่ใจสักเครื่องระหว่าง iPad Air และ iPad Pro มักเป็นประเด็นที่หลายคนตั้งคำถาม เพราะทั้งสองรุ่นต่างมีจุดเด่นที่น่าสนใจและช่วงราคาที่ต่างกันพอสมควร การจะเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงจึงต้องอาศัยการเทียบไอแพดในหลายมิติ ทั้งด้านประสิทธิภาพของชิปประมวลผล เทคโนโลยีหน้าจอ และฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้เครื่องที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุดในระยะยาว
เปรียบเทียบ iPad Air vs iPad Pro

หากมองในภาพรวม การเทียบไอแพดทั้งสองรุ่นนี้จะเห็นความชัดเจนของกลุ่มเป้าหมาย โดย iPad Air รุ่นล่าสุดถูกอัปเกรดมาใช้ชิป M3 ที่ทรงพลังเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและงานสร้างสรรค์ส่วนใหญ่ ในขณะที่ iPad Pro ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้นด้วยชิป M4 และหน้าจอ OLED สุดล้ำ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับสูงสุดสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ
คุณสมบัติ iPad Air
สำหรับ iPad Air รุ่นใหม่นี้ถือเป็นรุ่นที่สร้างความสมดุลระหว่างราคากับประสิทธิภาพได้ดีเยี่ยม เมื่อลองเทียบสเปค iPad รุ่นนี้ดูจะพบว่ามาพร้อมชิป M3 ที่ประมวลผลได้รวดเร็ว รองรับ Apple Pencil hover และมีตัวเลือกขนาดหน้าจอ 2 ขนาดเป็นครั้งแรก คือ 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้มีทางเลือกพื้นที่การทำงานที่กว้างขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่น Pro
iPad Air เหมาะกับใคร

จากการเทียบไอแพดอย่างละเอียด iPad Air จะเหมาะที่สุดสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานทั่วไปที่ต้องการเครื่องมือในการจดโน้ต วาดภาพกราฟิกเบา ๆ เล่นโซเชียลมีเดีย หรือตัดต่อวิดีโอทั่วไปที่ไม่ได้ซับซ้อนมากนัก รุ่นนี้เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ให้ประสิทธิภาพที่เกินพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาแพงเพื่อฟีเจอร์ระดับโปรที่อาจไม่ได้ใช้งานจริง
คุณสมบัติ iPad Pro
iPad Pro รุ่นใหม่คือที่สุดของเทคโนโลยีแท็บเล็ตในปัจจุบัน จุดเด่นสำคัญที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบสเปค iPad คือการใช้ชิป M4 ที่แรงสุดยอด และหน้าจอ Ultra Retina XDR (Tandem OLED) ที่ให้สีสันดำสนิทและความสว่างสูงถึง 1,600 nits นอกจากนี้ยังมีดีไซน์ที่บางเฉียบยิ่งกว่าเดิม พร้อมพอร์ต Thunderbolt ที่รองรับการโอนถ่ายข้อมูลความเร็วสูงและกล้อง LiDAR สำหรับงานด้าน AR โดยเฉพาะ
iPad Pro เหมาะกับใคร

iPad Pro ถูกออกแบบมาเพื่อ “มืออาชีพ” อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นนักตัดต่อวิดีโอระดับ 4K Prores, สถาปนิกที่ต้องใช้ LiDAR สแกนพื้นที่, หรือศิลปินดิจิทัลที่ต้องการความแม่นยำของสีสูงสุดบนจอ OLED หากคุณต้องการประสิทธิภาพที่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์พกพาในร่างแท็บเล็ต การเลือกเทียบไอแพดแล้วจบที่รุ่น Pro จะช่วยให้การทำงานหนัก ๆ กลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตารางเปรียบเทียบ iPad Air vs iPad Pro
| คุณสมบัติ | iPad Air (M3) | iPad Pro (M4) |
| หน้าจอ | Liquid Retina (IPS) | Ultra Retina XDR (OLED) |
| ชิปประมวลผล | M3 | M4 |
| อัตรารีเฟรช | 60Hz | ProMotion 120Hz |
| ระบบปลดล็อก | Touch ID (ปุ่มบน) | Face ID |
| ความหนา | 6.1 มม. | 5.1 มม. (รุ่น 13 นิ้ว) |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C | USB-C (Thunderbolt) |
| ลำโพง | 2 ตัว (แนวนอน) | 4 ตัว |
| ความจุเริ่มต้น | 128GB | 256GB |
| ราคาเริ่มต้น | 21,900 บาท | 37,900 บาท |
สรุปบทความ
สุดท้ายแล้วการจะเลือกเทียบไอแพดรุ่นไหนมาใช้งาน ย่อมขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะงานที่คุณทำเป็นหลัก iPad Air ตอบโจทย์ความคุ้มค่าสำหรับคนส่วนใหญ่ ในขณะที่ iPad Pro คือตัวจบสำหรับสายทำงานหนัก แต่หากคุณต้องการเป็นเจ้าของเครื่องที่ตอบโจทย์ที่สุดโดยไม่ต้องใช้เงินก้อน VnPhone (วีเอ็นโฟน) พร้อมซัพพอร์ตด้วยบริการผ่อนไอแพด ไม่มีบัตรเครดิตก็ผ่อนได้ เราคือร้านใหญ่ที่สุดในไทยที่ได้รับความไว้วางใจกว่า 52 สาขาทั่วไทย มั่นใจได้ว่าได้เครื่องศูนย์แท้แน่นอน ราคาดี ใกล้ร้านไหน ไปร้านนั้นได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
วิธีแคปหน้าจอไอแพด
การเทียบไอแพดรุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่มีปุ่มโฮม ให้กดปุ่มเพิ่มเสียงและปุ่มพาวเวอร์พร้อมกันแล้วปล่อย หรือใช้ Apple Pencil ลากจากมุมล่างซ้ายขึ้นมาบนหน้าจอเพื่อแคปได้ทันที
ไอแพดรุ่นไหนดีในปี 2026
เมื่อลองเทียบไอแพด สำหรับปีหน้า iPad Air M3 ยังคงเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการใช้งานทั่วไป ส่วนสายทำงานระดับโปร iPad Pro M4 ก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งในด้านประสิทธิภาพ
iPad Air 4 ปี 2026 ยังน่าใช้อยู่ไหม
หากลองเทียบสเปค iPad Air 4 กับรุ่นปัจจุบัน อาจจะเริ่มช้าลงในการรันแอปหนัก ๆ แต่สำหรับการจดโน้ตหรือดูหนังทั่วไปยังถือว่าใช้งานได้ เพียงแต่อาจจะไม่ลื่นไหลเท่ารุ่นชิป M series

Add a Comment