สำหรับผู้ใช้งาน iPad หลายท่าน คงเคยสงสัยว่าทำไมแบตเตอรี่ถึงหมดเร็วผิดปกติ หรือเครื่องเริ่มมีอาการหน่วงจนน่ารำคาญใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของแบตไอแพดเสื่อม อาการเริ่มต้นที่ผู้ใช้มักพบเจอ แต่เนื่องจากระบบ iPadOS ไม่มีเมนูเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ iPad มาให้โดยตรงเหมือน iPhone
บทความนี้จึงได้รวบรวมวิธีตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ เพื่อให้คุณประเมินได้ว่าถึงเวลาต้องดูแลหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่แล้วหรือยัง
4 มีวิธีตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ iPad

การตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่นั้นทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือการใช้ฟีเจอร์ภายในตัวเครื่องเอง เพื่อช่วยให้คุณสังเกตแบตไอแพดเสื่อม อาการต่าง ๆ ได้แม่นยำขึ้น โดยมี 4 วิธีหลักที่ได้รับความนิยมดังนี้
1. โปรแกรม iMazing (สำหรับ Mac และ Windows)
โปรแกรม iMazing เป็นเครื่องมือจัดการอุปกรณ์ Apple ที่ทรงพลังและใช้งานง่าย วิธีการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ iPad ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมเวอร์ชันฟรีมาติดตั้ง เชื่อมต่อ iPad เข้ากับคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมา จากนั้นคลิกที่ไอคอนรูปแบตเตอรี่ที่มุมขวาล่างและเลือก “Details” โปรแกรมจะแสดงค่า Battery Effective Max Charge ซึ่งบอกเปอร์เซ็นต์ความจุแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่จริงให้ทราบทันที
2. โปรแกรม coconutBattery (สำหรับ Mac เท่านั้น)

หากคุณใช้งานเครื่อง Mac โปรแกรม coconutBattery คือตัวเลือกที่ “คลีน” และเรียบง่ายที่สุด เพราะเน้นแสดงข้อมูลแบตเตอรี่โดยเฉพาะ เพียงเชื่อมต่อ iPad แล้วเปิดโปรแกรมไปที่แถบ “iOS Device” คุณจะเห็นหัวข้อ Design capacity ที่ระบุว่า สุขภาพแบตเตอรี่ iPad ของคุณเสื่อมไปเท่าไหร่แล้วเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานโรงงาน ช่วยให้ประเมินการใช้งานได้ชัดเจนขึ้น
3. โปรแกรม 3utools (สำหรับ Windows เท่านั้น)
สำหรับผู้ใช้ Windows โปรแกรม 3utools ถือเป็นโปรแกรมสารพัดประโยชน์ที่ช่วยเช็กข้อมูลเครื่องได้อย่างละเอียด รวมถึงการดูสุขภาพแบตเตอรี่ iPad ด้วย เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านสาย USB ข้อมูลจะปรากฏที่หน้าแรกในหัวข้อ Battery Life หากต้องการดูจำนวนรอบการชาร์จ (Cycles) ก็สามารถกดเข้าไปที่ “Details” ได้เลย วิธีนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมได้ดีว่า แบตไอแพดเสื่อม อาการมาจากจำนวนการใช้งานที่มากเกินไปหรือไม่
4. ใช้คำสั่งลัดดึงข้อมูลสุขภาพแบต (ไม่ต้องใช้คอม ทำได้บน iPad)

วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเช็กสุขภาพแบตเตอรี่ iPad แบบครบจบบนเครื่องเดียว โดยให้ดาวน์โหลด “คำสั่งลัด” (Shortcuts) สำหรับดึงข้อมูลแบตเตอรี่ จากนั้นไปที่การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > การวิเคราะห์และการปรับปรุง > ข้อมูลวิเคราะห์ เลือกไฟล์ล่าสุดแล้วกดปุ่มแชร์เพื่อเรียกใช้คำสั่งลัด ตัวเครื่องจะประมวลผลและแสดงเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบตเตอรี่ให้เห็นทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์
สรุปบทความ
การหมั่นตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ iPad เป็นประจำจะช่วยให้คุณวางแผนการใช้งานและดูแลรักษาเครื่องได้ดียิ่งขึ้น หากพบว่าแบตไอแพดเสื่อม อาการเริ่มรุนแรง เช่น เครื่องดับเองหรือแบตเตอรี่บวมจนดันหน้าจอ การพิจารณาเปลี่ยนเครื่องใหม่อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า
และถ้าคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนไอแพด รุ่นล่าสุด หรืออยากลองสัมผัสฝั่ง Android ด้วยการผ่อนแท็บเล็ต Samsung สเปกแรง สามารถมาปรึกษาเราได้ที่ VnPhone (วีเอ็นโฟน) ร้านใหญ่ที่สุดในไทยที่ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่าย ๆ เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว ไม่เช็คเครดิต มั่นใจได้มากกว่า 52 สาขาทั่วไทย ใกล้ร้านไหน ไปร้านนั้นได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
สุขภาพแบต iPad ดูตรงไหน
ปัจจุบัน iPadOS ยังไม่มีเมนูสุขภาพแบตเตอรี่ในหน้าการตั้งค่าเหมือน iPhone จึงจำเป็นต้องตรวจสอบผ่านโปรแกรมภายนอก เช่น iMazing, 3utools หรือใช้คำสั่งลัดดึงข้อมูลจากไฟล์วิเคราะห์ในเครื่องเพื่อตรวจสอบ สุขภาพแบตเตอรี่ iPad
สุขภาพแบตเตอรี่ iPad เท่าไหร่ควรเปลี่ยน
โดยทั่วไปหากเปอร์เซ็นต์ความจุสูงสุดลดลงต่ำกว่า 80% หรือเริ่มพบปัญหาแบตไอแพดเสื่อม อาการ เช่น เครื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หรือแบตหมดไวเกินปกติ ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ควรพิจารณาเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
แบตไอแพดอายุกี่ปี
แบตเตอรี่ iPad ถูกออกแบบมาให้คงความจุประมาณ 80% หลังจากผ่านการชาร์จไปแล้วประมาณ 1,000 รอบการชาร์จเต็ม ซึ่งโดยปกติจะใช้งานได้เฉลี่ยประมาณ 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละบุคคล

Add a Comment